เปิดปูมวิถีการตักบาตร ทำอย่างไรได้บุญ...เต็มร้อย

การตักบาตร คือ การถวายอาหารแด่พระภิกษุสามเณร รูปเดียวหรือหลายรูป จะปฏิบัติเป็นประจำหรือเป็นครั้งคราวก็ได้

วัตถุประสงค์ของการตักบาตร นอกจากจะเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการให้ทาน เพื่อบูชาคุณแล้ว ยังมีวัตถุประสงค์เฉพาะดังนี้

1. ธำรงส่งเสริมและสืบทอดพระพุทธศาสนา
2. ส่งเสริมและบำรุงพระภิกษุสามเณร ผู้ทรงศีล ทรงธรรม
3. ส่งเสริมคุณความดีของผู้ปฏิบัติ ทั้งผู้ตักบาตรและพระภิกษุสามเณรผู้รับบิณฑบาตร

การตักบาตรจึงเป็นประเพณีที่พุทธศาสนิกชนควรปฏิบัติ เพราะเป็นการให้กำลังแก่พระภิกษุสามเณร ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน ประพฤติปฎิบัติธรรมตามพระธรรมวินัย และสั่งสอนประชาชน เป็นการสืบต่อพระพุทธศาสนาให้มั่นคงถาวรสืบไป ทั้งนี้จะเป็นผลดีแก่ผู้ปฏิบัติด้วย เพราะทำให้เป็นผู้มีใจบุญกุศลและเป็นการส่งเสริมผุ้ทรงคุณธรรม

ประวัติการทำบุญตักบาตร
การทำบุญตักบาตรนี้ มีมาแต่ครั้งพุทธกาล เมื่อพระพุทธองค์ทรงผนวชใหม่ๆ ยังไม่ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ทรงประทับที่สวนมะม่วง พระองค์เสด็จบิณฑบาตผ่านกรุงราชคฤห์ เมืองหลวงของแคว้นมคธ ชาวเมืองเห็นพระมาบิณฑบาต ก็ชวนกันนำอาหารมาตักบาตรเป็นครั้งแรก นับแต่นั้นมา การตักบาตรจึงถือเป็นประเพณีมาจนบัดนี้ และเมื่อพระพุทธองค์ตรัสรู้ใหม่ๆ ประทับอยู่ที่ควงไม้เกด มีพ่อค้า 2 คน นำข้าวสัตตุก้อน สัตตุผง ซึ่งเป็นเสบียงสำหรับเดินทางเข้าไปถวาย พระพุทธองค์ทรงรับไว้ด้วยบาตร นี่ก็เป็นที่มาของการตักบาตรทางพระพุทธศาสนาด้วยประการหนึ่ง

บาตรเป็นภาชนะจำเป็นของพระภิกษุจะขาดเสียมิได้ นับเข้าในจำนวนบริขารอย่างหนึ่งในบริขาร 8 ตามปกติพระจะไปอยู่ที่ใด ต้องมีบาตรประจำตัวไปด้วย และการออกบิณฑบาตก็ออกในเวลาเช้า ตามแบบอย่างที่พระพุทธเจ้าองค์ ทรงบำเพ็ญเป็นพุทธกิจประจำวัน โดยปกติ พระภิกษุสามเณร จะเดินเรียงลำดับอาวุโสไปบิณฑบาตตามละแวกบ้าน เมื่อถึงหมู่บ้านที่ชาวบ้านกำลังรออยู่ ก็จะยืนเรียงเป็นแถว แต่ในกรุงเทพฯ หรือในบางจังหวัด พระภิกษุสามเณรมักไปตามลำพัง ไม่ได้เดินเรียงแถว ทั้งนี้เพราะพระภิกษุสามเณรในกรุงเทพฯ มีเป็นจำนวนมาก จึงไม่สะดวกที่จะเดินเรียงแถวกันไป และผู้ที่จะนำอาหารมาตักบาตรได้ไม่ครบทุกรูป

เมื่อพระภิกษุสามเณร ต้องออกบิณฑบาตตอนเช้าทุกวัน ชาวบ้านก็ตักบาตรทุกวัน แต่บางคนตักบาตรเฉพาะในรอบวันเกิดประจำปี และมักจะตักบาตรพระจำนวนเท่าอายุ หรือเกินกว่าอายุ ถ้าเป็นวันสำคัญทางศาสนา ก็มักจะพากันไปทำบุญตักบาตรที่วัด แต่บางคราวเช่นในเทศกาลปีใหม่ และตรุษสงกรานต์ จะมีการชุมนุมตามที่ที่กำหนดไว้ เช่น สนามหลวง พุทธมณฑล ในโรงเรียน ในสถาบัน หรือ ในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง แล้วแต่จะนัดหมายกัน นอกจากนี้ยังมีการตักบาตรที่มีชื่อเฉพาะอีก เช่น ตักบาตรเทโว ตักบาตรข้าวสาร ตักบาตรดอกไม้ธูปเทียน เป็นต้น

วิธีปฏิบัติในการตักบาตร
โดยปกติพระภิกษุสามเณร จะเดินเรียงลำดับอาวุโส ไปบิณฑบาตตามละแวกบ้าน เมื่อถึงหมู่บ้านที่ชาวบ้านกำลังรออยู่ ก็จะยืนเรียงเป็นแถว แต่ในกรุงเทพฯ หรือในบางจังหวัด พระภิกษุสามเณรมักไปตามลำพัง ไม่ได้เดินเรียงแถว ทั้งนี้เพราะพระภิกษุสามเณรในกรุงเทพฯ มีเป็นจำนวนมาก จึงไม่สะดวกที่จะเดินเรียงแถวกันไป และผู้ที่จะนำอาหารมาตักบาตรได้ไม่ครบทุกรูป


การตักบาตรเป็นสังฆทาน คือการถวายโดยไม่เจาะจง
จึงควรตั้งใจว่าจะทำบุญตักบาตร แก่พระภิกษุสงฆ์สามเณรในพระพุทธศาสนา โดยไม่เจาะจงว่าเป็นรูปใดรูปหนึ่ง เมื่อพระภิกษุสามเณรรูปใดผ่านมา ก็ตั้งใจตักบาตรแก่พระภิกษุสามเณรรูปนั้นและรูปอื่นๆ ไปตามลำดับโดยปฏิบัติดังต่อไปนี้

1. จัดเตรียมอาหารที่สะอาด ถูกสุขลักษณะใส่ภาชนะเรียบร้อย มากหรือน้อยตามความต้องการ
2. นำอาหารที่เตรียมไว้ไปคอยตักบาตร ก่อนที่จะตักบาตรควรตั้งจิตถวายด้วยศรัทธา และความเคารพ ตั้งความปรารถนา เพื่อทำกิเลสให้ลดน้อยลงจนถึงหมดสิ้นไป
3. ขณะที่ตักบาตร ควรอยู่ในอาการสำรวมและเคารพ
4. เมื่อตักบาตรเสร็จแล้ว ควรแสดงความเคารพด้วยการไหว้
5. หลังจากตักบาตร ควรอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษ หรือผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

การกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล

คำอธิษฐาน ในการตักบาตรจะใช้ภาษาบาลี หรือภาษาไทยหรือใช้ทั้งสองภาษาก็ได้ ดังนี้
“สุทินนัง วะตะเม ทานัง อาสะวักขะยาวะหัง โหตุ” ถอดความว่า “ทานของเราให้แล้วด้วยดี ขอจิตข้านี้จงสิ้นอาสวกิเลสเทอญ”

คำกรวดน้ำ แบบย่อ “อิทัง เม ญาตินัง โหตุ “ ถอดความว่า “ขอส่วนแห่งบุญกุศล จงสัมฤทธิ์ผลแก่ญาติข้าดั่งตั้งใจ “

นมัสการพระบรมธาตุ

posted on 27 Feb 2009 11:02 by bigbest



ยี่สิบสองมีนามีโอกาส
กราบพระธาตุเจดีย์ขาวตระหง่าน
นครศรีแดนใต้ใจเบิกบาน
นมัสการพระบรมผ่องอำไพ

อธิษฐานจิตขอองค์ทรงปกปัก
ชาวไทยรักร่วมสมานฉันท์ไว้
พร้อมปกป้องราชาของชาวไทย
น้อมถวายดอกบัวองค์พระบรม

มีผู้คนกราบไหว้ทั้งน้อมจิต
ร่วมผสานบูชิตเข้าผสม
ตั้งจิตมั่นนมัสการทั่วทุกคน
ให้ผองชนชาวไทยมีไมตรี

เที่ยวเดินชมองค์บรมช่างงามเด่น
ใครพบเห็นยิ้มย่องมิหมองศรี
เจดีย์ขาวพราวพร่างในฤดี
แถมยังตีระฆังดังกังวาน

แล้วแวะต่อน้ำตกพรหมโลก
อุทยานแห่งชาติที่ได้ผ่าน
น้ำเย็นฉ่ำริ้วหลั่งงามสราญ
ได้ยลแดนหินลานรื่นละมุน

ป่าก็งามธรรมชาติในพงไพร
ศิวิไลนกร้องแสนอบอุ่น
ป่าแดนดินถิ่นใต้เอื้อการุณย์
ธรรมชาติเกื้อหนุนมาลีงาม





มีสิ่งใดรู้แน่แก้ไม่ได้
ต้องอดทนรับไว้อย่าได้เศร้า
แบกทุกข์ไว้ก็เท่านั้นไม่บรรเทา
ควรปรับใจให้เข้ากับเหตุการณ์

ชีวิตเรามีค่ายิ่งใหญ่หนัก
มาแบกรักปักในไร้ทุกสถาน
ดวงจิตควรผ่อนผันพันธการ
อย่าหาญหักชีวีว่ามิควร

รักตัวเองให้มากกว่าคนอื่น
มาคิดขื่นตัดตอนนั่งกำสรวล
ปล่อยเวลาล้างใจใดทั้งมวล
แล้วหวนคืนปรับเปลี่ยนเพิ่มพลัง

ตะวันยังทอแสงล้อมอาบโลก
ทุกสรรพสิ่งพ้นโศกมิหยุดยั่ง
สิ่งดีดีมากมายทั่วทุกทาง
จงปล่อยวางเว้นวายอย่าหมายตรม

ตัวเรานี้มีค่ามหาศาน
ผูกเอามารผาญจิตให้ขื่นขม
สิ่งสวยงามรอท่าให้น่าชม
อย่าระบมซมเศร้าเหงาอุรา

เมื่อค้นพบด้วนหนึ่งของชีวิต
เรามีสิทธิ์อ่อนแอแพ้เหนื่อยล้า
แต่อย่าฝั่งรอยช้ำเกินอัตตา
ปรุงชีวาผ่าทุกข์พบสุขสราญ





อันศีลทานภาวนาอุตส่าห์สร้าง
หมั่นปล่อยวางสังขารในทุกที่่่
ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ท่านทรงชี้
หนทางนี้ใครเดินอยู่สู่พุทธะ

จะช้าเร็วอยู่ที่สร้างทางกุศล
บำเพ็ญตนภาวนาไม่ลดละ
เอาศีลทานธรรมถือแห่งพุทธะ
จะเร็วช้าทางสว่างช่างน่ายล

เจ้าวิจิกิจฉาพาสงสัย
ให้หลงไหลวุ่ยวายฝ่า่ยอกุศล
บาปธรรมสิบสี่ที่ทรชน
อย่าปะปนคบค้าสมาคม

ส่วนมิตรแท้อย่าหลบควรคบหา
คือเสนาฝ่ายผลกุศลสม
ยี่สิบห้ามีคุณาวโรดม
สิ่งประถมยึดศรัทธาให้กล้าใจ

และปัญญาดีเลิศประเสริฐสุด
จะวิมุตติ์ถึงสุขทุกข์กษัย
เจริญสัมมัปปธานเจือจานไป
บุญสิ่งใดไม่เคยสร้างจงร่างทำ

กุศลใดเคยทำทำให้ยิ่ง
จะเป็นสิ่งตามทำนุอุปถัมภ์
บาปสิ่งใดที่สถิตติดประจำ
เร่งวิกขัมภน์ขับไล่ให้ไกลกาย

องค์สัมมาสติดำริชอบ
คิดประกอบธรรมขันธ์จิตมั่นหมาย
อนุสสติสิบนั้นท่านบรรยาย
จะถวายพระพรความตามบาลี

คือพุทธะธัมมะสังฆะนั้น
ยึดให้มั่นสามรัตน์จรัสศรี
ทั้งสีลาจาคะเพิ่มทวี
จะเป็นที่นำตนให้พ้นภัย




เฮฮาหฤหรรษ์ร่วมหรรษา
ออกจากใจผูกพันแย้มกิริยา
ให้เริงร่าวิบไหวใคร่ภิรมย์
สรรค์ผสมผสานเพื่อผองชน

ศาลาศิลป์ใฝ่ถวิลให้ตามติด
เว้าวอนมิตรขอชิดดลเกิดผล
ลืมทุกข์ท้อสานก่อฉ่ำกมล
เราทุกคนเคียงข้างมิห่างกัน

พานพบสุขทุกข์คลายไม่หมองศรี
ฝันใฝ่มีเพื่อนแท้มิแปรผัน
ผสานเสียงอักษราสื่อสัมพันธ์
เปรี่ยบดั่งจันทร์ส่องแสงคู่หมู่ดาว

บริบทวางจดให้ทดสอบ
ในหนึ่งนี้เพียรกอบทุกห้วงหาว
ธรรมชาติรื่นรมย์พรมสกาว
ทุกบางคราวใช้ดับสงบตน

ถึงจะผ่านเนิ่นนานมิร้างหนี
ตรึงฤดีรวมฐานมิสับสน
ด้วยดวงจิตดั่งแก้วคอยเพาะบ่ม
หญิงฝึกธรรมนำตนลบมลทิน

ซึ่งธรรมะชี้เฉพาะเร่งดับทุกข์
ช่างแสนสุขพ้นอบายใจมีศีล
ฉากชีวิตคิดว่างเป็นอาจิณ
จะหมดสิ้นตรอมตรมระทมใจ

งามเงียบงันสวรรค์มิอาจลี้
เคล้าดนตรีบรรเลงเพรงไสว
ขอชีวีพร้อมเพียงเพริศพิไล
เกินหักใจจากลามาแบ่งปัน






เกิดความรักอักษราพาสุขสันต์
เขียนขับขานลำนำชื่นหรรษา
คล้องสัมพันธ์สื่อสารผ่านแววตา
งามหนักหนาชวนพิศชิดเชยชม

จึงจารจดร้อยเรียงมาเคียงข้าง
ฉ่ำสราญไร้รอยความขื่นขม
ใช้สัมผัสพลิ้วไหวทามสายลม
ซึ้งกมลแต้มแต่งด้วยแรงใจ

เญยธรรมนำพามาปฏิบัติ
ดับความทุกข์บ่มจิตให้ผ่องใส
เติมพลังด้วยธรรมรื่นฤทัย
ถึงท้อในขจัดได้เศร้าไม่นาน

ทั้งพากเพียรเรียนร่ำพร่ำอักษร
ธรรมสารอาทรได้สืบศานต์
นำชีวิตผ่อนผันจิตเบิกบาน
เบาสบายพ้นมารมาราวี

ปรับระบบทิฏฐิดำริชอบ
เผากิเลสให้มอดไม่หมองศรี
ใฝ่ธรรมาอำนวยด้วยกรรมดี
เพื่อชีวีร่มเย็นเช่นใฝ่ปอง

เราทุกคนร้อนหนาวทุกคราวครั้ง
ล้วนซึมซับความหลังที่เศร้าหมอง
เวลาเปลี่ยนหมุนเวียนตามครรลอง
ศาสนายึดครองป้องภัยรี

สื่อผสานรวมมิตรสนิทมั่น
หลากเรื่องราวผูกพันจากใจนี้
เย้าหยอกเอินเกินตัดด้วยไมตรี
เฮฮาพลีพอกพูนคูณน้ำใจ











 

 

มายาชีวิต

posted on 27 Feb 2009 11:00 by bigbest


ตกอยู่ในมายาของชีวิต
จิตกำหนดเจตสิกลิขิตให้
กำหนดรูปสัมผัสความเป็นไป
จิตรับรู้สภาวะใจเท่าทัน

เพราะกิเลสเป็นเหตุตัวปัญหา
เข้าเกาะกุมอุราพาไหวหวั่น
กำซานทรวงห้วงลึกจิตจาบัลย์
มาโรมรันเร่าร้อนวอนต่อยตี

เมื่อจิตตกยกปรับระดับอยาก
ก่อวินาศขาดดุลในวิถี
เปลี่ยนอัตตาลุ่มหลงเข้าราวี
มาต่อยตีจิตใสให้หมองมัว

จิตสัมผัสเจตสิกปรุงแต่งจิต
เหตุคุ่นคิดจิตโจนโผนสลัว
สิ่งสมมุติจุตติเข้าพันพัว
สิ่งน่ากลัวกิเลสเหตุใจตน

เย็นหอมอ้อมแมกไม้คลายหม่น
ฟากฟ้าแสงล้อมห่มทุกแห่งหน
เปล่าดายเปรี่ยววางว่างท่ามกมล
เหตุแห่งผลค้นใดใคร่สิ่งดี

ถ้าต้องการพ้นผ่านสิ่งหารหัก
ฝันมีรักหรือชังหวังสุขี
สายลมเย็นพัดพรมดวงฤดี
คือตัวชี้วิถีในตัวตน






คำสอนของปู่

ถ้าเจ้าต้องการพ้นทุกข์
ศีลธรรมไม่ทำให้คนพ้นทุกข์
เพียงแต่ใจไม่ปรุงแต่ง
ประตูของ
ธรรมชาติ จักรวาล และนิพพาน
ก็จะเปิดรับ

สุริยะจักรวาลนมัสการ


สุริยะจักรวาลนมัสการ เป็นการปฏิบัติบูชาขอพลังเทวดา นพเคราะห์ ด้วยการเจริญสติ มีสมาธิไปกับการดัดตน พร้อมกับ ฝึกลมปราณ มีทั้งหมด 9 ท่า
ท่านจะได้บริหารข้อต่อต่างๆ ปรับสมดุลกล้ามเนื้อรอบๆ กระดูกสันหลัง จะทำให้สบายเนื้อสบายตัว ได้นวดอวัยวะภายใน เลือดลมต่างๆ ไหลเวียนดี และเป็นการชำระล้างระบบต่างๆ ให้สะอาด
ที่สำคัญคือ ท่านต้องระลึกรู้มีสมาธิไปกับการเคลื่อนไหวทุกอิริยาบถ และการหายใจเข้าต้องลึก หายใจออกต้องเม้มปาก เป่าลมออกยาวๆ เป็นการชำระล้างปอด ฟอกเลือดให้สะอาด การเคลื่อนไหวจะนุ่มนวลมีพลัง สามารถทำได้สองจังหวะคือ แบบเคลื่อนไหวต่อเนื่องตามความสั้นยาวของลมหายใจ กับ แบบหยุดนิ่งหายใจเข้าออกสบายๆ ตามจังหวะยืดสุดของท่าต่างๆ
เริ่มแรกให้ทำท่าสุริยะนะมะก่อน เพื่อให้คุ้นเคยกับการเจริญสติ มีสมาธิไปกับการเคลื่อนไหวและการหายใจ ทำประมาณ 54 รอบ เพื่อขอพลังจากพระอาทิตย์
เมื่อทำท่าสุริยะนะมะจนชำนาญแล้วค่อยฝึกท่าอื่นๆ เพิ่มจนครบ 9 ท่า และให้ทำท่าละ 6 รอบ เมื่อทำครบให้ขอพร ด้วยท่าปรับสมดุลชีวิตพิชิตอารมณ์ด้วยพรหมวิหาร 4 เป็นการเกร็งกล้ามเนื้อระงับอารมณ์ โกรธ กลัว เกิน กังวล ปรับสมดุลบำรุงอวัยวะภายในด้วยเสียงธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ เติมใจให้เต็มด้วย พรหมวิหาร 4 และจบด้วยปราณเมตตาภาวนา

วิธีการปฏิบัติโยคะสุริยะจักรวาลนมัสการ

Photobucket

โอม. สุริยะนะมะ บูชาพระอาทิตย์ (เพิ่มพลังชีวิต)

- หายใจเข้า พนมมือที่หน้าอก
- หายใจออก เหยียดแขนจนสุดตึง คว่ำมือระดับเสมอไหล หัวแม่มือเกี่ยวกัน
- หายใจเข้า ยกแขนขึ้นยืดลำตัวส่วนบนเหนือสะโพกขึ้นไปเปิดไหล่ แอ่นอกเงยหน้า
- หายใจออก คลายมือลดแขนลงข้างลำตัว

Photobucket

โอม. จันทระนะมะ บูชาพระจันทร์ (เติมพลังให้จิต)

- หายใจเข้า พนมมือที่หน้าอกประสานนิ้ว เหลือเฉพาะนิ้วชี้ ยกมือขึ้นเหนือศีรษะให้แขนอยู่ระหว่างหู แนบหูเบาๆ ยืดลำตัว
- หายใจออก เอียงลำตัวไปทางด้านซ้าย เหมือนยืนพิงกำแพง รักษาต้นแขนให้หนีบหูเบาๆ ลำตัวจะโค้งเหมือนพระจันทร์เสี้ยว
- หายใจเข้า โยกลำตัวกลับมาตรง ยืดลำตัว
- หายใจออก เอียงลำตัวไปทางด้านขวา (ทำซ้ำเหมือนด้านซ้าย)
- หายใจเข้า โยกลำตัวกลับมาตรง หายใจออก คลายมือลดแขนลงข้างลำตัว

Photobucket

โอม. ภุมมะนะมะ บูชาพระอังคาร (พลังชีวิตหาญกล้า)

- หายใจเข้า พนมมือที่หน้าอกให้ต้นแขนขนานกับพื้น
- หายใจออก บิดลำตัวไปทางซ้ายจนสุด ตามองมือซ้าย เหยียดแขนซ้าย จนสุดพร้อมหันหน้าตาม
- หายใจเข้าดึงมือกลับมาที่หน้าอกพร้อมหันหน้ากลับ บิดตัวกลับมาตรง
- หายใจออก บิดลำตัวไปทางขวาจนสุด ตามองมือขวา เหยียดแขนขวา จนสุดพร้อมหันหน้าตาม
- หายใจเข้า ดึงมือกลับมาที่หน้าอกพร้อมหันหน้ากลับ บิดตัวกลับมาตรง
- หายใจออก คลายมือลงข้างลำตัว

Photobucket

โอม. พุทธะนะมะ บูชาพระพุธ (เสริมสร้างภูมิปัญญา)

- หายใจเข้า พลิกฝ่ามือให้หัวแม่มือออกข้างนอกยกมือขึ้นข้างลำตัว แขนเหยียดตึงพนมมือเหนือศีรษะ แขนแนบหู ยกส้นเท้า
- หายใจออก ลดมือลงวางบนกระหม่อม ย่อเข่าพอประมาณหลังตรง
- หายใจเข้ายืดแขนตึง ดึงลำตัว ขึ้นตรง
- หายใจออก วางส้นเท้าลงลดมือลงข้างลำตัว

Photobucket

โอม. เสาโรนะมะ บูชาพระเสาร์ (เพียรศึกษาเรียนรู้)

- หายใจเข้า ยกมือขวาขึ้นกอดไหล่แขนขวาทับแขนซ้าย ต้นแขนซ้ายดันศอกขวาพันแขนให้มือมาประกบกันที่ระดับหน้าผาก ดันศอกให้ชิดลำตัว
- หายใจออก พับลำตัวเข่าตึงหลังตรง จนลำตัวตั้งแต่เอวจนถึงปลายศีรษะขนานไปกับพื้น
- หายใจเข้า ยกลำตัวขึ้นตั้งตรง
- หายใจออก คลายมือลดแขนลงข้างลำตัว (ทำสลับข้างอีกครั้งให้แขนซ้ายทับแขนขวา)

Photobucket

โอม. คุรุนะมะ บูชาพระพฤหัส (เชิดชูครู คุณธรรมนำชีวิต)

- หายใจเข้า พนมมือปลายนิ้วชี้ลงข้างล่าง แขนเหยียดตึง ยกแขนขึ้นข้างหน้าข้ามศีรษะมาพนมไว้ที่ท้ายทอย ปลายนิ้วตั้งขึ้น
- หายใจออก คลายมืออ้อมหูมาพนมมือไว้ข้างหน้า ปลายนิ้วมืออยู่ระดับคิ้ว ย่อตัวพอประมาณหลังตรง
- หายใจเข้า ยกมือผ่านหน้าผากผ่านกระหม่อมมาไว้ที่ท้ายทอยปลายนิ้วตั้งขึ้น
- หายใจออก คลายมือผ่านลำคอมาพนมที่หน้าอกลดมือลงข้างลำตัว

Photobucket

โอม. ราหูนะมะ บูชาพระราหู (ผูกสัมพันธ์กายจิต)

- หายใจเข้า พนมมือปลายนิ้วชี้ลงข้างล่าง แขนเหยียดตึง งอศอกดึงมือขึ้น ประสานมือเมื่อยกถึงหน้าอกบิดมือวางไว้ที่ใต้คาง
- หายใจออก ลดศอกลงแนบลำตัว ย่อขาลงพอประมาณหลังตรง
- หายใจเข้า ยกศอก ฝ่ามือดันคาง เงยหน้า ยืดอกยกตัวตรง
- หายใจออก กำหมัดศอกชิดกัน เงยหน้าขึ้น ลดมือลงข้างลำตัว

Photobucket

โอม. ศุกระนะมะ บูชาพระศุกร์ (ประดิษฐ์ความงามเบิกบานหรรษา)

- หายใจเข้า วางมือขวาทับมือซ้ายยกมือขึ้นมาทับไขว้กันบนหน้าอก
- หายใจออก ดันมือออกไปข้างหน้าเสมอระดับไหล่ หลังมือแนบกัน ย่อเข่าลงพอประมาณหลังตรง
- หายใจเข้า พลิกฝ่ามือให้หัวแม่มือเข้าหากันเหมือนพนมมือ ยืดแขนตรงยกขึ้นเหนือศีรษะจนแขนอยู่แนบหู ยืดลำตัวขึ้น
- หายใจออก คลายมือลดแขนลงข้างลำตัว

Photobucket

โอม. เกตุนะมะ บูชาพระเกตุ (สรรค์สร้างพัฒนา พารุ่งเรือง)

- หายใจเข้า วางหลังมือชิดกันที่ท้องน้อย แขนเหยียดตรง ม้วนมือเข้าข้างใน ให้ปลายนิ้วลากขึ้นมาจากสะดือถึงกลางหน้าอก จนหลังมือประกบกัน แนบสนิทถึงข้อศอก ปลายนิ้วเสมอระดับหน้าผาก
- หายใจออก ลดฝ่ามือลงขนานกับพื้นย่อเข่าลงพอประมาณหลังตรง (ต้องรักษาความแนบของหลังมือ ถึงข้อศอกไว้ให้ดี)
- หายใจเข้า ม้วนมือเข้าข้างในให้หลังมือชิดกัน ยกมือวางบนศีรษะยืดตัวตรง
- หายใจออก ม้วนมือกลับมาพนมที่หน้าอก คลายมือลงข้างลำตัว

พรรณไม้มงคล, ดอกไม้



ทราบหรือไม่ว่าวันเกิดของเรานั้นมีพรรณไม้มงคลอะไรบ้าง เรามีเรื่องนี้มาฝาก...

คนเกิดวันอาทิตย์ มีพรรณไม้มงคล คือ โป๊ยเซียน คริสต์มาส โกสน พุทธรักษา เข็ม กุหลาบ จำปา ชบา หมากแดง เฟื่องฟ้า

คนเกิดวันจันทร์ มีพรรณไม้มงคล คือ จำปี ราตรี เสน่ห์จันทร์ขาว มะลิ พุดซ้อน พิกุล พลูด่าง โกสน แก้ว มะละกอ มะม่วง มะยม ฝรั่ง กระถิน บัวบก

คนเกิดวันอังคาร มีพรรณไม้มงคล คือ บานไม่รู้โรย ชวนชม กุหลาบ ใบเงิน ใบทอง โกสน ชบา ไฮเดรนเยีย พวงชมพู เฟื่องฟ้า คุณนายตื่นสาย เข็ม

คนเกิดวันพุธ มีพรรณไม้มงคล คือ มะยม มะละกอ กล้วย ขนุน คูน สนฉัตร เงินไหลมา พลูด่าง วาสนา บอนสี ว่านหางจรเข้ โกสน ไผ่

คนเกิดวันพฤหัสบดี มีพรรณไม้มงคล คือ การเวก จำปา จำปี พุดซ้อน ราตรี บานชื่น พุทธรักษา มะลิซ้อน ธรรมรักษา มะละกอ กล้วย

คนเกิดวันศุกร์ มีพรรณไม้มงคล คือ พู่ระหง โกสน สร้อยอินทนิล บัว มะลิ พุดซ้อน กุหลาบ แก้ว ผกากรอง เข็ม อัญชัน กุหลาบ

คนเกิดวันเสาร์ มีพรรณไม้มงคล คือ ฝรั่ง มะละกอ มะม่วง ชมพู่ หมากเขียว เฟื่องฟ้า เล็บครุฑ วาสนา มะลิซ้อน อัญชัน

ใครเกิดวันไหนก็คงทราบกันแล้วว่ามีพรรณไม้มงคลอะไรบ้าง ยังไงลองหามาปลูกเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลกันได้.

พระธาตุประจำปีเกิด

posted on 14 Jan 2009 13:22 by bigbest
 

ปีชวด พระธาตุศรีจอมทอง จ.เชียงใหม่
ปีชวดเป็นปีแรกของปีนักษัตร มีสัญลักษณ์เป็น หนู พระธาตุประจำปีเกิดนี้ จะได้พระธาตุศรีจอมทอง แห่งวัดพระธาตุศรีจอมทอง ตั้งอยู่ ณ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ พระธาตุนี้มีลักษณะศิลปะสถาปัตยกรรมล้านนาสกุลช่างเชียงใหม่ แม้จะมีขนาดที่ไม่ใหญ่โตนักแต่ก็งดงาม นอกจากนี้ยังมีความสำคัญมาตั้งแต่อดีตกาลจนปัจจุบัน

ปีฉลู พระธาตุลำปางหลวง จ.ลำปาง
ปีฉลู มีลักษณะทางสัญลักษณ์เป็นรูป วัว พระธาตุประจำปีเกิดปีนี้ คือพระธาตุลำปางหลวง ตั้งอยู่อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง พระธาตุแห่งนี้เป็นศิลปะสถาปัตยกรรมสกุลช่างลำปาง ปรากฏอิทธิพลไทลื้อ วัดพระธาตุลำปางหลวงเลื่องลือในปาฏิหาริย์ของพระธาตุที่สะท้อนเป็นภาพกลับหัวในพระวิหารและมณฑป

ปีขาล พระธาตุช่อแฮ จ.แพร่
ปีขาล มีสัญลักษณ์เป็นรูป เสือ พระธาตุประจำปีเกิดคือ พระธาตุช่อแฮ แห่งวัดพระธาตุช่อแฮ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ เป็นพระธาตุสำคัญและเป็นพระธาตุประจำเมือง มีลักษณะทางศิลปะสถาปัตยกรรมแบบล้านนาสกุลช่างเมืองแพร่ สกุลช่างนี้หากพิจารณาในรายละเอียด จะพบอิทธิพลศิลปะสุโขทัยแอบแฝงอยู่ ลักษณะทางภายภาพจะมีความชะลูดประกอบกับตำแหน่งที่ตั้งเป็นเนินเขา จะทำให้คนเห็นได้แต่ไกล

ปีเถาะ พระธาตุแช่แห้ง จ.น่าน
ปีเถาะมีสัญลักษณ์เป็นรูป กระต่าย พระธาตุประจำปีเกิดคือ พระธาตุแช่แห้ง แห่งวัดพระธาตุแช่แห้ง อำเภอเมือง จังหวัดน่าน สกุลช่างเมืองน่านจะปรากฏอิทธิพลล้านนาจากเมืองเชียงรายและอิทธิพลไทลื้อ สำหรับพระธาตุแช่แห้งนี้ โดยรวมเป็นลักษณะช่างล้านนา แต่หากลงลึกในรายละเอียด จะพบฝีมือช้างพื้นเมืองไทลื้อผสมกันอย่างลงตัว พระธาตุแช่แห้งมีทรงค่อนข้างสูง แต่มีความละไมจากเส้นรูปแตกต่างไปจากเมืองแพร่

ปีมะโรง พระธาตุพระสิงห์ วัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่
ปีมะโรง มีสัญลักษณ์เป็น งูใหญ่ อันหมายถึงพญานาคหรือมังกร พระธาตุประจำปีเกิดนี้จะได้แก่ พระธาตุพระสิงห์ แห่งวัดพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ วัดพระสิงห์เป็นวัดใหญ่และสำคัญมากที่อยู่กลางเมือง สถาปัตยกรรมภายในวันนี้จัดว่างดงามมาก ด้วยเป็นฝีมือช่างหลวงของนครเชียงใหม่ พระธาตุจะมีขนาดไม่ใหญ่นัก และตั้งหลบอยู่ภายใน มีการตกแต่งน้อย ถือว่าเป็นความงามที่เรียบง่าย

ปีมะเส็ง พระมหาเจดีย์พระพุทธคยา วัดอนาลโย จ.พะเยา
ปีมะเส็ง มีสัญลักษณ์เป็น งูเล็ก สำหรับพระธาตุประจำปีเกิดนั้นอยู่ไกลนัก นั่นคือพระมหาเจดีย์พระพุทธคยา ประเทศอินเดีย อันเป็นปูชนียสถานที่ประดิษฐานอยู่ไกล คนโบราณจึงใช้เจดีย์เจ็ดยอดเมืองเชียงใหม่แทน และภายหลังมีการจำลองพระมหาเจดีย์ฯ มาสร้างขึ้นที่วัดอนาลโย จังหวัดพะเยา ซึ่งทำให้คนที่มีศรัทธาจะไปนมัสการทำได้ง่ายขึ้น

ปีมะเมีย พระธาตุชเวดากอง
ปีมะเมีย มีสัญลักษณ์เป็นรูป ม้า พระธาตุนี้จะได้แก่พระธาตุชเวดากอง แห่งเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ (พม่า) เจดีย์นี้มีการต่อเติมมากมายหลายหลัง ทำให้รูปแบบพัฒนาไปเรื่อยๆ ลักษณะสุดท้ายได้มีลักษณะเป็นศิลปะพม่าอย่างเต็มที่ และมีอายุร่วมสมัยทางศิลปะกับรัตนโกสินทร์ตอนต้น จากเดิมที่เป็นงานศิลปะมอญร่วมสมัยอยุธยาของเรา

ปีมะแม พระธาตุดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่
ปีมะแม มีสัญลักษณ์เป็นรูป แพะ พระธาตุประจำปีเกิดปีนี้คือ พระธาตุดอยสุเทพ แห่งวัดพระธาตุดอยสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พระธาตุนี้เป็นพระธาตุสำคัญของเมืองเชียงใหม่ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนล้านนา ลักษณะทางศิลปะสถาปัตยกรรมจะเป็นแบบล้านนา-เชียงใหม่ ตั้งอยู่บนภูเขา ทำให้เจดีย์ดูงดงามและเด่นชัด

ปีวอก พระธาตุพนม จ.นครพนม
ปีวอก มีสัญลักษณ์เป็นรูป ลิง พระธาตุประจำวันเกิดนี้เป็นพระธาตุที่แตกต่างไปจากพระธาตุอื่นๆ ที่กล่าวมา นั่นคือพระธาตุพนม แห่งวัดพระธาตุพนม อำเภอนครพนม จังหวัดนครพนม พระธาตุนี้เป็นพระธาตุที่มีลักษณะพื้นเมืองของอาณาจักรโคตรบูรณ์โบราณ ได้มีการปรับปรุงมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยอยุธยา ในปีพุทธศักราช 2517 ได้ล้มลง ยังความเศร้าโศรกแก่ประชาชนชาวไทย-ลาวเป็นอย่างมาก ต่อมาได้บูรณะปฏิสังขรณ์ตามลักษณะเดิมแล้วเสร็จในปีพุทธศักราช 2519

ปีระกา พระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน
ปีระกา มีสัญลักษณ์เป็นรูป ไก่ พระธาตุประจำปีเกิดจะเป็นพระธาตุหริภุญชัย แห่งวัดพระธาตุหริภุญชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ศิลปกรรมล้านนา สกุลช่างเมืองลำพูนนี้มีทั้งที่เป็นแบบนี้ปรากฏอิทธิพลลพบุรี(ละโว้) และที่มีอิทธิพลเมืองใหม่ ซึ่งวัดพระธาตุหริภุญชัย จะมีลักษณะทางศิลปะสถาปัตยกรรมในแบบหลัง ซึ่งจะมีลักษณะที่งดงามและลงตัว

ปีจอ พระธาตุจุฬามณี จ.เชียงใหม่
ปีจอ มีสัญลักษณ์เป็นรูป สุนัข พระธาตุประจำปีนี้เดิมเป็นพระธาตุจุฬามณี ซึ่งเชื่อกันว่าจะประดิษฐานอยู่บนสวรรค์ มาภายหลังได้มีการสร้างพระธาตุเกตุแก้วจุฬามณีที่วัดเกตุการาม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ จึงใช้พระธาตุนี้แทน ศิลปะสถาปัตยกรรมเป็นแบบล้านนารุ่นหลัง

ปีกุน พระธาตุดอยตุง จ.เชียงราย
ปีกุน มีสัญลักษณ์เป็นรูป สุกร แต่สำหรับคนล้านนาจะใช้ ช้าง พระธาตุประจำปีเกิดคือ พระธาตุดอยตุงแห่งวัดดอยตุง อำเภอดอยตุง จังหวัดเชียงราย เมืองเชียงรายเป็นเมืองเก่าแก่ร่วมสมัยกับสุโขทัยและเมืองเชียงใหม่ มีสัญลักณ์ล้านนา ผสานอิทธิพลพื้นเมืองปูชนียสถานในเมืองเชียงราย จะมีขนาดไม่ใหญ่ และมักให้ความรู้สึกสงบและสันโดษ
คนไทยเรานั้นเชื่อถือเรื่องโชคลางและบาปกรรมกันมาเป็นเวลานานมาแล้ว ส่วนหนึ่งเชื่อกันว่าเมื่อเรามีเคราะห์หรือทุกข์ร้อนต่างๆ นาๆ วิธีหนึ่งที่จะช่วยบรรเทาสิ่งเลวร้ายต่างๆ ให้ทุเลาเบาบางลงไปบ้าง ก็คือการไปทำบุญ เข้าวัดเข้าวา และที่ขาดไม่ได้สำหรับคนไทยในสมัยก่อนนั้นก็คือการสะเดาะเคราะห์

แต่การสะเดาะเคราะห์ดังกล่าวนี้ มีมากมายหลายอย่างที่เป็นสิ่งสืบทอดจนมาถึงปัจจุบัน บางครั้งเราเองก็เคยไปสะเดาะเคราะห์โดยการปล่อยสัตว์ต่างๆให้เป็นอิสระ แต่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้ด้วยซ้ำไปว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลแก่ตัวเราอย่างไร ในทำนองเดียวกัน ถ้าเราต้องการสะเดาะห์เคราะห์เพื่อผลบางอย่างเราจะต้องทำอย่างไร ลองอ่านบทความข้างล่างดู แล้วคุณจะทราบถึงเหตุผลที่คุณเองอาจจะไม่เคยทราบมาก่อน

การทำบุญโดยปล่อยสัตว์ต่างๆ
1. การปล่อยปลาไหล เป็นการทำบุญสะเดาะเคราะห์เพื่อให้การกระทำใดๆ หรืองานบางอย่างที่เรามุ่งหวัง ราบลื่น ลื่นไหลเหมือนดังชื่อของปลาไหล ไม่มีติดขัด และอุปสรรคใดๆขัดขวาง

2.การปล่อยเต่า เป็นการทำบุญสะเดาะเคราะห์เพื่อให้ตนหรือใครบางคนที่เราอธิษฐานถึง มีอายุมั่นขวัญยืน หรือถ้าเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่ก็ขอให้หายจากการเจ็บไข้ได้ป่วยนั้นๆ

3. การปล่อยหอยขม เป็นการทำบุญสะเดาะเคราะห์เพื่อขอให้ความทุกข์ ความขมขื่นที่เป็นอยู่ และเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจให้กับตัวเองจง หมดไป หรือหายไปพร้อมกับหอยขมที่เราปล่อยไป

4. การปล่อยนก เป็นการทำบุญสะเดาะเคราะห์เพื่อขอให้ตัวเราจงพ้นจากความทุกข์ที่ผูกพันอยู่ในชีวิต พ้นจากปัญหา หรือเคราะห์ร้ายใดๆ ที่เหนี่ยวรั้งจิตวิญญาณของคุณให้เป็นทุกข์ ไร้อิสระ การปล่อยนกเป็นเสมือนกับการขอให้ตนได้เริ่มชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม

5. การปล่อยปลาทั่วๆไป เป็นการทำบุญสะเดาะเคราะห์เพื่อขอให้มีความสุขร่มเย็นในชีวิต ทุกข์ใดๆที่ทำให้เดือดเนื้อร้อนใจ ขอให้หมดสิ้นไป แต่โดยความเป็นจริงแล้ว ถ้าคุณทำบุญโดยการซื้อสัตว์อะไรมาปล่อยก็ตาม คุณก็จะได้ผลบุญหนุนนำให้ชีวิตรุ่งเรือง หมดเคราะห์หมดโศกอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าถ้าคุณมีเรื่องทุกข์ร้อน หรือปรารถนาถึงเรื่องใดเป็นพิเศษ ก็ลองทำตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณเหล่านี้ดู เพราะอย่างน้อยที่สุดก็สร้างความสบายใจให้เกิดขึ้นแก่ตัวคุณได้

การทำบุญเพื่อสะเดาะเคราะห์แบบเฉพาะกิจ
การทำบุญเพื่อสะเดาะเคราะห์แบบเฉพาะกิจ หมายถึงการทำบุญเมื่อตัวคุณเองกระทำบาปบางอย่างขึ้นในอดิต แล้วต้องการจะสะเดาะเคราะห์เพื่อผ่อนทุกข์เหล่านั้นจากหนัก ให้ผ่อนคลายเบาบางลง ซึ่งความเชื่อเหล่านี้ถือเป็นความเชื่ออย่างหนึ่งที่คนโบราณถือปฏิบัติสืบต่อกันมา

คนแท้งบุตร
การทำแท้งเป็นสิ่งที่ถือว่าเป็นการทำบาปอย่างมหันต์ เชื่อกันว่าผู้ที่ไปทำแท้งมานั้นชีวิตจะตกต่ำย่ำแย่ มีแต่เรื่องทุกข์ร้อนหรือไม่ก็จะพบกับช่วงชีวิตที่ลำบาก ไม่อาจจะเจริญรุ่งเรืองได้สักที เหมือนกับจะมีอะไรคอยมาถ่วงอยู่ และจะล้มลุกคลุกคลานไปนานถึง 7 ปีทีเดียว แต่ก็มีความเชื่อกันอีกว่า คุณสามารถสะเดาะเคราะห์เรื่องราวดังกล่าวเพื่อให้ผ่อนคลายเบาบางลงไปได้บ้างโดยมีวิธีดังต่อไปนี้...
  • ไปซื้อปลาในตลาดสด แล้วนำไปปล่อยที่แม่น้ำ อย่าปล่อยในบึง คลองเล็ก จะกี่ตัวก็ตามแต่กำลังทรัพย์
  • ต้องปล่อยปลาให้ครบตามอายุของตน
  • ต้องนับจำนวนปลาแยกกับอีกฝ่ายหนึ่ง เช่นถ้าภรรยาอายุ 25 ปี สามีอายุ 30 ปี ก็แสดงว่าคุณทั้งคู่จะต้องปล่อยปลาทั้งสิ้น 55 ตัว คือฝ่ายหญิงปล่อย 25 ฝ่ายชายปล่อย 30
  • การทำบุญดังกล่าวไม่กำหนดระยะเวลา คุณจะทำให้เสร็จภายใน 1 เดือน 6 เดือนหรือ 1 ปี ก็ได้ ถ้าทำครบโดยเร็วก็จะหมดเคราะห์ได้เร็วเช่นกัน

    คนทำร้ายผู้อื่นให้ตายหรือพิการ
    สำหรับผู้ที่กระทำผิด โดยทำให้ผู้อื่นพิการ หรือตายโดยที่มิได้ตั้งใจ(รวมถึงสัตว์ต่างๆ) เช่นขับรถชนคนโดยไม่ได้เจตนา จนทำให้เขาผู้นั้นต้องพิการ หรือถึงกับเสียชีวิตก็ตาม การกระทำดังกล่าวถึงแม้ว่าจะไม่ได้เจตนาก็ตาม แต่ก็จะมีผลทางบาปกรรมได้เช่นเดียวกัน การจะสลัดบาปเคราะห์เหล่านี้ หรือผ่อนหนักให้เป็นเบาได้นั้น คนโบราณมีความเชื่อให้กระทำดังนี้..
  • ไปไหว้พระ ให้ครบ 7 วัด และนำน้ำมนต์ของ วัดนั้นๆ มารดศีรษะ และอาบทั้งร่างกาย
  • เติมน้ำมันตะเกียงตามวัดต่างๆให้ครบ 7 วัด
  • ทำบุญปล่อยเต่า ให้ครบเท่าอายุของตน
  • ถือศีลกินเจอย่างน้อย 29 วัน

    สิ่งต่างๆที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นเพียงความเชื่อส่วนหนึ่งที่ ตกทอดกันมาแต่โบราณกาล ไม่มีใครสามารถจะยืนยันได้ถึงผลที่จะตามมาหลังจากที่คุณได้กระทำตามความเชื่อเหล่านี้แล้ว แต่อย่างหนึ่งที่คุณจะได้รับก็คือการกระทำที่เสริมสร้างกำลังใจให้เกิดขึ้นแก่ตัวคุณเอง เพื่อดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมั่นคงในอนาคต

  •  
    อยากมั่งคั่งร่ำรวย
    ข้อควรปฏิบัติ
    1. หาเวลาไปบูชาพระสีวลี พระสังกัจจายน์
    2. ทำบุญร่วมสร้างโบสถ์ และศาลาการเปรียญ
    3. สละทรัพย์และสิ่งของให้ผู้ตกทุกข์ได้ยาก
    4. ทำบุญทอดกฐิน ทอดผ้าป่า
    5. ถือศีลห้า เว้นอบายมุขต่างๆ
    6. ยินดีช่วยกิจการของศาสนาอย่างแข็งขันด้วยจิตบริสุทธิ์

    อยากอุดมลาภยศ มีอำนาจบารมี
    ข้อควรปฏิบัติ
    1. ทำบุญร่วมสร้างพระประธาน
    2. ทำบุญเป็นเจ้าภาพงานบวช
    3. บริจาคทานแก่ผู้ยากไร้ สนับสนุนอุ้มชูคนดี
    4. พิมพ์หนังสือธรรมะแจกจ่ายเป็นทาน
    5. ถือศีลแปดโดยเคร่งครัด
    6. หมั่นสวดพระคาถาชินบัญชร

    อยากมีงานที่ดีทำ อยากเรียนต่อ
    ข้อควรปฏิบัติ
    1. ไปกราบไหว้พระพรหม และถวายตุ๊กตาช้างกับพวงมาลัย
    2. ไปไหว้เจ้าแม่กวนอิม
    3. ถวายผ้าไตรจีวรแด่พระสงฆ์
    4. ไปไหว้พระ ปิดทองคำเปลว 9 แผ่น
    5. ซื้อเทียน 1 ห่อไปถวายวัด และเติมน้ำมันตะเกียงให้ชีวิตสว่างไสว

    อยากดวงดี แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ
    ข้อควรปฏิบัติ
    1. ทำบุญตักบาตรพระ และถวายสังฆทาน
    2. ผูกดวงชะตา เขียนชื่อ และนามสกุลไว้ใต้ดวงชะตา แล้วนำแผ่นกระดาษแผ่นนั้นไปไว้ใต้ฐานองค์พระพุทธรูป
    3. ทำบุญปล่อยนกปล่อยปลาทุกเดือนเป็นประจำ

    อยากมีรูปงาม มีเสน่ห์
    ข้อควรปฏิบัติ
    1. ทำบุญไว้พระโดยถวายของหอม เช่น ธูปหอม ดอกไม้หอม น้ำอบ ทองคำเปลว
    2. ถวายผ้าบังสุกุลแด่พระสงฆ์ปีละ 2 ครั้ง
    3. อาสาอ่านหนังสือลงเทปให้คนตาบอดฟังที่มูลนิธิคนตาบอด
    4. เป็นคนประพฤติดี ปฏิบัติงามทั้งกาย วาจา ใจ

    อยากมีหลักฐานมั่นคง ไม่ต้องโยกย้ายบ่อย
    ข้อควรปฏิบัติ
    1. ทำบุญบริจาคเงินร่วมสร้างเสาหงส์หรือเจดีย์ปูน หรือร่วมซื้อกระเบื้องมุงหลังคาโบสถ์วิหาร
    2. ไปกราบไหว้ขอพรที่ศาลหลักเมือง
    3. หมั่นทำบุญตักบาตรทุกสัปดาห์

    อยากได้คู่ดี สมหวังในความรัก
    ข้อควรปฏิบัติ
    1. ถวายแจกันคู่ เทียนคู่
    2. ช่วยให้ผู้อื่นสมรัก ไม่ทำให้คู่ใครเขาแตกแยกหรือพลัดพรากจากกัน การช่วยให้คู่รักได้สมรักนั้นถือเป็นอานิสงส์แรงมาก
    3.ตั้งตนอยู่ในศีลธรรม ประพฤติดี ปฏิบัติงามทั้งกาย วาจา ใจ

    อยากโดดเด่นมีชื่อเสียง
    ข้อควรปฏิบัติ
    1. ถวายเทียนพรรษา
    2. ทำบุญร่วมสร้างหอระฆัง
    3. ถวายตะเกียง โคมไฟ หลอดไฟให้วัด
    4. ถวายธูปหอม เทียน 1 สำรับ ทองคำเปลว น้ำอบ และดอกไม้ทุกครั้งเมื่อไปกราบไหว้บูชาพระ

    อยากทำมาค้าขายรุ่งเรือง ธุรกิจก้าวหน้า
    ข้อควรปฏิบัติ
    1. ไปกราบไหว้ไฉ่เซ่งเอี้ยที่ศาลเจ้าพ่อเสือ
    2. บูชาพระสีวลี พระสังกัจจายน์
    3. หมั่นทำบุญบริจาคทาน
    4. ถือคุณธรรมนำการค้า ยึดถือความซื่อตรง

    อยากมีพลังจิตพลังใจให้เข้มแข็ง
    ข้อควรปฏิบัติ
    1. ไปไหว้พระ ปิดทองคำที่องค์พระประมาณ 9 แผ่น
    2. ทำบุญซื้อโลงศพตามมูลนิธิต่างๆ
    3. ถือศีล 8 โดยเคร่งครัดเป็นเวลา 7 วัน
    4. หมั่นสวดพระคาถาชินบัญชร

    อยากอายุมั่นขวัญยืน มีสุขภาพดี
    ข้อควรปฏิบัติ
    1. หมั่นปล่อยเต่าเป็นประจำทุกเดือน
    2. บริจาคเงินทำบุญที่โรงพยายาลสงฆ์
    3. ถวายยาสามัญประจำบ้านในชุดสังฆทานด้วยเสมอ
    4. ทำบุญซื้อโลงศพตามมูลนิธิต่างๆ
    5. ทำทานกับสัตว์จรจัดอนาถา ไม่เบียดเบียนชีวิตผู้อื่น

    อยากมีปัญญาดี มีวิชาความรู้ความสามารถ
    ข้อควรปฏิบัติ
    1. บริจาคหนังสือแก่เด็กยากไร้
    2. ร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะจ่ายแจกเป็นทาน
    3. หมั่นไปฟังเทศน์ที่วัดในวันพระ
    4. ฝึกนั่งสมาธิ
    5. เล่าเรื่องบุญบาปให้ผู้อื่นฟังเป็นนิตย์
    6. ชักจูงให้คำทำความดี

    อยากมีความเป็นอยู่อุดมสมบูรณ์
    ข้อควรปฏิบัติ
    1. ซื้อข้าวสาร 1 กระสอบถวายวัดทุก 3 เดือน และนำไปให้สถานสงเคราะห์หรือตามมูลนิธิต่างๆ หรือศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเวลานั้นๆ
    2. สละทรัพย์และข้าวของเครื่องใช้จำเป็นให้แก่ผู้ยากไร้อนาถาเป็นประจำ
    3. หมั่นทำบุญตักบาตรพระสงฆ์

    ดังปรากฏในพระธรรมคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าว่า การสะสมบุญและหมั่นให้ทานเป็นนิตย์ ย่อมช่วยลดบาปและแก้กรรมชั่วได้ หากตั้งอยู่ในจิตเจตนาที่บริสุทธิ์

    ส่วน การทำทาน คือแรงหนุนสำคัญที่ทำให้เกิดวาสนาบารมีได้อย่างแม่นมั่น โดยให้ถือความยินดีในการให้ทานและให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลคนทุกข์ยากเป็นสำคัญ

    การทำสมาธิสวดมนต์ภาวนาก็ทำให้เกิดสติกระจ่าง จะคิดจัดการดูแลแก้ไขชีวิตของตนได้อย่างเรียบร้อย อันจะนำไปสู่ความสุขความรุ่งเรืองได้

    การให้ทานผู้อื่นเป็นนิตย์ ย่อมนำมาซึ่งลาภยศสรรเสริญจากผู้คนทั่วไป ตัวเราย่อมบังเกิดบารมี ดวงชะตาที่ดีด้วยกระทำของตัวเองโดยแท้

    คนที่ชอบอาหารรสหวาน จะเป็นคนใจบุญ ขี้สงสารคน อารมณ์ดีร่าเริงสดใสแต่บางครั้งก็ดู เหมือนเว่อร์ ๆ ไปหน่อย ชอบกีฬา และโปรดปรานเสียงเพลง ส่วนทางด้านความรักจะเป็นคนที่รักง่ายหน่ายเร็ว แต่ถ้ารักใครก็รักจริง

    ข้อเสียคือขี้ หึงเต็มร้อย มักจะเป็นคนที่มีจิตใจโลเลเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ ไม่ค่อยเชื่อมั่นในตัวเองเท่าไหร่นัก มักจะเป็นคนช่างฝัน มีโลกส่วนตัว มีความเป็นมิตรสูง ไม่ค่อยเป็นพิษเป็นภัยกับใคร แต่ ก็เอาเรื่องถ้าถูกหักหลัง


    ชอบอาหารรสเค็ม ส่วนใหญ่มักจะมีนิสัยเหมือนรส คือขี้งก มักได้ ชอบอะไรที่ไม่ต้องลงทุนแต่หวัง ว่าจะได้ผลตอบแทนกลับคืนมามาก ขี้เหนียว เวลาไปไหนกับคนชอบเค็มเรามักจะต้องควักจ่ายมากกว่า แต่หากได้กินเงินของเค้าละก็ ต้องถือว่าชาติก่อนทำบุญมาดี

    เป็นคน ที่ขยันทำงาน เก็บเงินเก่ง แต่งตัวปอน ๆ ซ้ำ ๆ ประมาณว่ารูปลักษณ์ภายนอกไม่สนขอแค่เงินในบัญชีไม่พร่อง ด้านความรักจะเป็นคนไม่ชอบแสดงออก บวกกับไม่ค่อยทุ่มด้วยแล้ว จึงมักจะกินแห้วอยู่เสมอ แต่ก็เป็นคนที่รักความสงบและไม่ชอบคบค้าสมาคมกับใคร ๆ นัก

    ชอบอาหารรสเปรี้ยว เป็นพวกสังคมจัด ชอบออกงาน ชอบคบค้าสมาคมกับคนทุกระดับ จะเป็นคนที่ช่างพูดช่างเจรจา ชอบทำตัวเด่น แต่บางครั้งก็ โอเว่อร์เกินหน้าเกินตาคนอื่นทำให้ถูกหมั่นไส้ได้

    หาเงินคล่องแต่ ก็ใช้เงินเก่ง แต่ก็ยังมีเหลือเก็บบ้างเหมือนกัน ส่วนข้อเสียคือ ชอบทำงานหลาย ๆ อย่างพร้อมกันเลยทำอะไรไม่ค่อยจะประสบความสำเร็จนัก และไม่ชอบที่จะทำงานที่ต้องออกแรงเยอะอีกด้วย ออกจะติดแนวรักสบายไปสักหน่อย

    ชอบอาหารรสเผ็ด เป็น คนที่มีอารมณ์ฉุนเฉียว รุนแรง ตัดสินใจเด็ดขาด โกรธง่ายแต่หายเร็ว ปากร้ายแต่ก็ใจดี เป็นคนฉลาดทันคน พูดจาตรงไปตรง มาคิดอย่างไรว่าอย่างนั้น จะเป็นคนที่มีความมานะ อดทน และมีความเพียรพยายามสูง เรียกว่าตั้งใจทำ อะไรถ้ายังไม่สำเร็จตามที่คิดไว้ก็จะทำให้เสร็จ และจะไม่ยอมแพ้ใครง่าย ๆ ถ้าสิ่งที่ทำถูกต้องแล้ว

    เป็นคนรักอิสระ ไม่ชอบให้ใครมาสั่ง ไม่ชอบอยู่ใต้บังคับใคร แต่ถ้าลองได้รักใครแล้วทุ่มสุดใจถวายชีวิตเชียวแหละ

    ชอบอาหารรสจืด เป็น พวกเศรษฐกิจพอเพียง พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี มีแค่ไหนใช้แค่นั้น แต่บางครั้งก็มากเกินไปจนกลายเป็นคนไม่ค่อยขวนขวายกระตือรือร้น เป็นคนหนักเอาเบาสู้งานมากงานน้อยไม่หวั่น ว่านอนสอนง่ายใครว่าไงก็ว่าตาม อยู่ง่ายกินง่าย ชอบ แต่งตัวสบาย ๆ

    ข้อเสียของคนชอบรสจืดคือเป็น พวกคน ขี้ใจน้อย ขี้สงสาร ใจอ่อน มักจะชอบยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน เลยโดนคนอื่นหลอกอยู่บ่อย ๆ

    เคล็ดลับเสริมดวง

    posted on 03 Jan 2009 23:32 by bigbest

    กระเป๋าสตางค์
             
    เปลี่ยน กระเป๋าสตางค์ใบใหม่เสมอในวันขึ้นปีใหม่ใส่เงินจำนวน 900 หรือ 9,000 บาท ในกระเป๋าไว้สักวันหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม ๆ เพื่อเอาเคล็ดเอาฤกษ์ เพื่อให้กระเป๋าใบนั้นเป็นกระเป๋าที่ดีเรียกเงินเรียกทองเข้ากระเป๋าได้มาก มีเก็บมากกว่าจะต้องควักออกไป และทุกครั้งที่รับเงินสดเข้ามา ควรนำเงินมาใส่กระเป๋าเอาไว้ก่อน บางคนอาจจะยังคงปล่อยเงินไว้ในซองแล้วก็นำไปฝากธนาคารซึ่งถ้าจะเอาเคล็ด เรียกโชคกันจริงๆ ตามความเชื่อของคนเฒ่าคนแก่ก็ควรเอาเงินเก็บใส่กระเป๋าสตางค์ไว้ก่อน 

    ครัว
              ดูแลปัดกวาดเช็ดถูและจัดข้าวของเครื่องใช้ในครัวให้สะอาดอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้ครัวสกปรก เพราะครัวเป็นขุมพลังของบ้าน บ้านที่ปล่อยให้ครัวสกปรกจะอับโชคเงินทองหามาได้ก็ต้องจ่ายออกไป

    สุนัขแมวจรจัด
             
    แบ่ง อาหารและน้ำให้แก่สุนัข หรือ แมวจรจัดที่หิวโหยบ้างในวันฝนตกก็อนุญาตให้สัตว์จรจัดเข้ามาหลบฝนในชายคา บ้าน การทำบุญทำทานกับสัตว์นั้นให้อานิสงส์ผลบุญแก่ตัวเราได้อย่างมหาศาล

    กระจก
             
    ขัดถูกระจกในบ้านให้สะอาดใสอยู่เสมอ ถ้าปล่อยให้กระจกขุ่นมัวเป็นประจำ ดวงชะตาของคนในบ้านจะหม่นหมองทำอะไรไม่ขึ้น

    ไข่ และส้ม
             
    ใน บ้านเรือนควรมีไข่และมีส้มไว้ในตะกร้าเสมออย่าให้ขาด เพื่อเรียกความสมบูรณ์พูนสุขเข้าบ้าน ทำให้ชีวิตอยู่ดีมีสุขตลอดไป ไข่ หรือ ส้มเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ และความโชคดี

    แหวนเสริมดวง
             
    เลือก สวมแหวนที่ถูกโฉลกกับเดือนเกิดหรือวันเกิดเพื่อเสริมโชคดีให้ชีวิต ถ้าอยากเสริมดวงการเงิน - ควรสวมแหวนทอง, แหวนเงิน, แหวนหยก และแหวนหัวพลอยสีที่ถูกโฉลก ถ้าอยากเสริมดวงความรัก-ให้สวมแหวนรูปหัวใจ, รูปดาว,
    แหวนเพชร, เทอร์ควอยส์ก็ได้ ส่วนแหวนลูกปัดและหินสีต่างๆ จะช่วยเสริมดวงเสน่ห์

    การสวมแหวน
             
    สวมแหวนนิ้วกลาง ข้างขวา - เสริมดวงการเงินและบารมี สวมแหวนนิ้วนาง หรือ นิ้วก้อย -เสริมเสน่ห์และเสริมดวงความรัก

    ทำบุญโลงคล็ดศพ
             
    ไป ที่มูลนิธิใกล้บ้าน ทำบุญบริจาคเงินร่วมกันซื้อโลงศพ ให้ศพอนาถาที่ไร้ญาติการทำบุญโลงศพจะช่วยเสริมดวงชะตาให้กล้าแข็ง เหมาะสำหรับช่วงดวงอ่อนและมีทุกข์มีเคราะห์

    พระพรหมศักดิ์สิทธิ์
             
    หา โอกาสไปกราบไหว้พระพรหมสักครั้ง ศาลพระพรหมแห่งใดก็ได้ทั้งนั้น พระพรหมเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ ที่กล่าวขวัญกันมากว่าบนบานอธิษฐานขออะไรมักได้ดังปรารถนา ด้วยว่าท่านเป็นเทพแห่งความสำเร็จนั่นเอง

    หิ้งพระ 
             
    หิ้ง พระหรือหิ้งบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นเทพต่างๆ หรือรัชกาลที่ 5, ในหลวงของเรา เมื่อตั้งหิ้งบูชาแล้วจะต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ หมั่นเปลี่ยนดอกไม้, พวงมาลัย, ถวายน้ำ ให้สะอาด ถ้าปล่อยให้หิ้งสกปรกมีแต่ฝุ่นจับเต็มไปหมด บ้านนั้นจะมีแต่ความเสื่อมถอย โชคลาภหดหายยากที่จะเจริญรุ่งเรือง

    พระสิวลี
             
    หา โอกาสไปกราบไหว้พระสีวลีที่วัดใดก็ได้ในท้องที่ที่อาศัย พระสีวลีเป็นเอตทัคคาโชคลาภ ท่านเป็น 1 ใน 80 ศิษย์เอกของพระพุทธเจ้า เมื่อไปกราบไหว้ขอพรจากพระสีวลี ชีวิตจะมีโชคดีขึ้นและมีความราบรื่นก้าวหน้า มีเงินมีทองเพิ่มพูนมากขึ้น

    ยักษ์และราหู
             
    ไม่ควรมีรูปภาพหรือรูปปั้นยักษ์และราหูประดับตกแต่งในบ้าน เพราะจะทำให้คนในบ้านทะเลาะเบาะแว้งกัน มีแต่เรื่องร้อน ๆขาดโชคขาดลาภ

    พลังของวิญญาณ
             
    อย่า นำโปสเตอร์, รูปภาพหนังผี คนบาดเจ็บจากนิตยสารที่มีแต่ความน่ากลัว มาติดผนังบ้านหรือรูปคนตายมาติดประดับไว้ที่ห้อง (ยกเว้นภาพถ่ายบุคคลในครอบครัวที่เสียชีวิตไปแล้ว) หลีกเลี่ยงภาพน่ากลัว หรือดูดุร้ายเพราะล้วนเป็นแหล่งเรียกคลื่นพลังงานที่ไม่เป็นมงคล จะทำให้โชคลาภหดหายคนในบ้านจะมีแต่เรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้นเกิดอุบัติเหตุ การนำภาพมาติดผนังประดับบ้านควรเลือกภาพที่ดูสวยงาม

    เตียงนอน
              อย่าตั้งเตียงนอนโดยเอาหัวเตียงหันไปชนกับผนังห้องน้ำ เพราะจะทำให้เสื่อมโชคอับโชค อย่าตั้งเตียงนอนโดยหันปลายเตียงเล็งตรงกับประตูทางเข้าพอดี เพราะจะทำให้ฝันร้ายและอับโชค

    วันบริสุทธิ์
              วันที่ควรงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์กับคู่รัก คือ วันโกน, วันพระ, วันเกิด และวันเข้าพรรษา ตามธรรมเนียมโบราณนิยมปฏิบัติกันเช่นนี้ เพื่อให้เทวดาคุ้มครองรักษาตลอดไป

    ผ้าเช็ดหน้า
              อย่าให้ของขวัญคนรัก หรือเพื่อนสนิทเป็นผ้าเช็ดหน้า เพราะถือว่าเป็นลางไม่ดีถือเป็นของขวัญอับโชค มอบให้กันแล้วจะมีเรื่องต้องพลัดพรากจากกันหรือมีเรื่องต้องเมินหมาง ห่างเหินกันไป

    เหรียญนำโชค
              เมื่อเจอเงินตกอยู่ตามทางเดินแม้จะเป็นเพียงเหรียญบาทก็ให้เก็บเอาไว้ ให้ถือเสมือนเป็นเหรียญนำโชค การเดินผ่านเลยไป เพราะเห็นว่าเป็นเพียงเหรียญบาทเหรียญสลึงนั้น ถือเป็นการดูถูกเงินทองไม่เห็นคุณค่าของเงินคนเฒ่าคนแก่เชื่อกันว่ามันจะทำ ให้คุณอับโชคทั้งวัน หรือในช่วง 3-7 วันนั้น